Cloud Gaming ? คืออะไร ? แล้วทำไมคนถึงตื่นเต้นกับการมาของ Google Stadia กัน ? (พร้อมแนะนำทางเลือกของ Cloud Gaming เจ้าอื่น)

Cloud Gaming ? คืออะไร ? แล้วทำไมคนถึงตื่นเต้นกับการมาของ Google Stadia กัน ? (พร้อมแนะนำทางเลือกของ Cloud Gaming เจ้าอื่น)

joker123

Cloud Gaming ก็คือตามชื่อมันนั่นแหละ การเล่นเกมผ่าน Cloud โดยเราไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ หรือเครื่องใด ๆ ในการประมวลผลตัวเกม เพราะมันประมวลผลอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ที่ไกลออกไป เราทำหน้าที่รับการสตรีม และเล่นมันเท่านั้น

สล็อต

แล้วการมาของ Google Stadia จะทำให้วงการ Gaming ก้าวไปอีกหนึ่งระดับได้หรือไม่ ? และก่อนที่ Google Stadia จะเปิดให้บริการในไทย มีบริการอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกไหม ?
ก่อนอื่นอยากจะพูดถึงประวัติที่ของ Cloud Gaming กันก่อนสัก โดยสำหรับคำว่า “Cloud Gaming” หลายคนน่าจะได้ยินกันมาสักพักแล้ว ซึ่งความจริงนั้น บริการนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่เป็นการ streaming จากเครื่องของตัวเอง และแบบเช่าเครื่องเป็น cloud เต็มรูปแบบ (ซึ่งบริการบางเจ้าก็รองรับทั้ง 2 แบบเลย เช่น Parsec) แต่หากจะพูดถึงครั้งแรกที่มันปรากฏออกมาคงต้องย้อนกลับไปสมัยปี 2000 เลย
ในงาน E3 ปี 2000 G-Cluster Global ได้โชว์เทคโนโลยี “Cloud Gaming” ออกมาเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถสตรีมเกมผ่าน WiFi มายังเครื่อง handheld ที่รองรับระบบ G Screen ได้ และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทั้งโลกได้รู้จักกับ Cloud Gaming (หรือ Gaming On Demand ณ ขณะนั้น) และต่อมาในปี 2005 ทาง Crytek ผู้พัฒนาเกมระดับตำนานอย่าง Crysis ก็เริ่มทำการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี Cloud Gaming สำหรับที่จะใช้งานกับเกม Crysis แต่สุดท้ายก็ได้หยุดการพัฒนาไปในปี 2007 เพราะระบบอินเตอร์เน็ตยังไม่พร้อมสำหรับเทคโนโลยีนี้ในขณะนั้น

สล็อตออนไลน์

เอาเป็นว่ามันปรากฏครั้งแรกในเวอร์ชันที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ก็ปาไปนู่น ตอนปี 2010 กับ “OnLive” บริการ cloud streaming ที่ให้ผู้ใช้งานเช่า Subscription เพื่อนำเกมที่รองรับในระบบของ OnLive มาเล่นบนเครื่องได้ โดยใช้เพียงแค่อินเmอร์เน็ตและไม่ต้องใช้สเปกแรง ๆ ในการเล่น (แต่ต้องใช้เน็ตที่แรงมากในสมัยนั้น) โดยเปิดให้สามารถใช้งานได้ทั้งบน PC, Android, เครื่อง OnLive Microconsole และ Smart TV บางตัว และเปิดให้บริการในบางประเทศเท่านั้น โดยท้ายที่สุดก็ถูก Sony ซื้อกิจการไปในปี 2015 (เปิดให้บริการมาประมาณ 5 ปี ด้วยกัน)
ในช่วงปีหลัง ๆ หลายคนคงเคยได้ยินบริการที่ชื่อ PlayStation NOW ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิงของทาง Sony โดยคาดว่าเป็นโพรเจกต์ต่อยอดมาจากการที่ Sony เข้าซื้อ Gaikai ในปี 2012 และเข้าซื้อ OnLive ในปี 2015 โดย PlayStation Now ได้เปิดบริการครั้งแรกในอเมริกาในปี 2014 และออกมาทั่วโลกใน อังกฤษ ยุโรป และญี่ปุ่น ในปี 2015 โดยน่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ Sony เข้าซื้อ OnLive เพื่อจะได้นำเทคโนโลยีของทาง OnLive มาปรับปรุงประสิทธิภาพของ PlayStation NOW
และภายในปีหน้า ดูเหมือนตลาดของ Cloud Gaming จะมีอะไรให้น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะค่ายชั้นนำทั่วโลกต่างดันเซอร์วิสของตัวเองกันออกมายกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft XCloud, Geforce NOW, Google Stadia และไหนจะเป็นช่วงเริ่มต้นของบรอดแบรนด์ 5G อีก ซึ่งอาจจจะเป็นส่วนช่วยให้ Cloud Gaming ยิ่งมีประสิทธิภาพจากการใช้งานเครือข่ายแบบ low latency หรือไร้ความหน่วง
ส่วนตอนนี้ใครที่อยากสัมผัสบริการ Cloud Gaming ในรูปแบบต่าง ๆ เรามีมาแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจก่อน

jumboslot

Cloud Gaming ตอบโจทย์ใคร ?
ก่อนอื่นอยากให้ทุกท่านทราบก่อนว่า บริการ Cloud Gaming นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้บริการคนกลุ่มไหน ?
การให้บริการแบบ Cloud Services หรือการให้บริการแบบ Cloud เต็มรูปแบบ อาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีเครื่อง PC สเปกที่ไม่แรงมาก แต่อยากเล่นเกมที่ออกใหม่ และไม่ต้องการจ่ายเงินหนัก ๆ ในครั้งเดียวเพื่ออัปเกรดฮาร์ดแวร์ของตัวเอง หรือกลุ่มคนที่รักการเล่นเกมแบบพกพา แต่อยากได้เกมแบบพกพาในคุณภาพระดับสูง
แนะนำบริการ Cloud Gaming
Vortex (Vortex.gg)
เป็นบริการเช่าเครื่อง cloud รายเดือนที่มีความคล้ายกับ Google Stadia อย่างมาก โดยผู้ใช้งานจะสามารถเล่นเกมที่ถูก optimized ให้รองรับกับระบบแล้วเท่านั้น ซึ่งก็คือต้องรอจนกว่าตัวเกมจะใช้งานได้ดีบนระบบ และบางเกมต้องเป็นเจ้าของก่อนแล้ว ถึงนำมาเล่นบน Vortex ได้ (ต้องลอกอิน Steam)

Vortex ต้องเสียค่าบริการรายเดือนประมาณ 300 บาท / เดือน โดยรองรับทั้ง Windows, Android และ macOS
Parsec (Parsecgaming.com)
เดิมทีเป็นบริการที่ ให้ผู้ใช้งานสตรีมเกมของตัวเองเป็น local server เพื่อให้เพื่อนของเราเข้ามาเล่นเกมที่รองรับระบบ local multiplayer และต่อมาได้เพิ่มความสามารถในการเช่าเครื่อง cloud มาเล่นได้ในภายหลัง โดยผู้ให้บริการจะมีหลากหลาย เราสามารถเลือกสเปกของคอมพิวเตอร์ของเราได้ ซึ่งผู้ให้บริการแต่ระบบ ไม่ใช่แค่ออกแบบมาให้เพื่อเล่นเกมเท่านั้น แต่ออกแบบมาเพื่อสำหรับการทำงานแบบต่าง ๆ อีกด้วย โดยต้องเสียค่าบริการรายชั่วโมง ตั้งแต่หลักไม่กี่สิบบาท จนถึงหลักร้อยเลยทีเดียว

slot

แล้วทำไมคนถึงตื่นเต้นกับการมาของ Google Stadia ?
หลายคนอาจจะได้ยินกันมาก่อนว่า “Google Stadia เนี่ยจะเป็นเหมือน Netflix ของเกมเมอร์เลยก็ว่าได้” แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันแทบจะแตกต่างโดยสิ้นเชิง เพราะ Netflix เราเหมาจ่ายทีเดียวแล้ว เราสามารถเลือกดูเรื่องอะไรก็ได้ แต่สำหรับ Google Stadia เนี่ย ดูจะเป็นเหมือนการเช่าเครื่อง Stadia เสียมากกว่า เพราะตัวเกมเรายังคงต้องเสียเงินซื้อแยกเองอีกต่างหาก