สิ่งที่คนเล่นเกมต้องการจากภาพยนตร์ที่สร้างจากวิดีโอเกม

สิ่งที่คนเล่นเกมต้องการจากภาพยนตร์ที่สร้างจากวิดีโอเกม

joker123

การนำเกมมาทำเป็นภาพยนตร์มันไม่ง่ายแบบที่คิด
เรื่องแรกที่เราอยากให้คนที่ไม่ได้เกี่ยวหรือรู้จักการสร้างภาพยนตร์เข้าใจก่อนว่า การเขียนบทคิดเนื้อเรื่องเกมการแต่งนิยายไปจนถึงการ์ตูนที่เราอ่านหรือการ์ตูนที่ดูทางทีวี มันมีระบบการลำดับเรื่องการเล่าเนื้อหาที่ต่างกัน เราจะยกรูปแบบจากเกมนิยายหรือในหนังสือการ์ตูนมาสร้างเป็นภาพยนตร์แบบเหมือนทั้งหมดมันก็ทำได้ แต่มันจะดูไม่รู้เรื่องและคนดูอาจจะไม่เข้าใจในเนื้อหา เพราะในนิยายกับในหนังสือการ์ตูนจะมีบทบรรยายการลำดับเนื้อที่จะใส่อะไรลงไปขนาดไหนก็ได้ แต่ในภาพยนตร์มันคือพื้นที่จำกัดซึ่งต้องรวบรัดให้ทุกอย่างเริ่มต้นและจบในเวลาชั่วโมงเศษ ๆ การใส่ทุกอย่างรายละเอียดทุกอันลงไปจึงทำไม่ได้ จึงต้องมีการตัดหรือแก้ไขรายละเอียดต่าง ๆ ในเกมออกไป และแต่งบางส่วนขึ้นมาใหม่เพื่อให้เรื่องราวมันสมเหตุสมผลหรือเข้ารูปตามที่ภาพยนตร์ควรเป็น เราจึงได้เห็นภาพยนตร์ที่สร้างออกมาไม่ตรงกับเนื้อหาในเกม แต่นักเล่นเกมหลายคนก็คงจะสงสัย ถ้าแบบนั้นไม่สร้างทุกอย่างให้เหมือนเกมไปเลยไม่ได้หรอ คำตอบคือได้แต่มันมีรายละเอียดแยกย่อยลงไปอีกหลายอย่างที่เราจะอธิบายต่อไปจากนี้

สล็อต

การเล่าเรื่องที่ให้คนไม่ได้เล่นเกมเข้าใจและต้องทำให้คนที่เล่นเกมชอบ
อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ที่คนเขียนบทผู้กำกับต้องคิดหนัก กับการสร้างภาพยนตร์จากเกมที่ต้องทำให้คนที่ไม่รู้จักเกมดูได้สนุก แต่ก็ต้องให้คนที่เล่นเกมชื่นชอบด้วยมันเป็นไปได้ยาก เพราะถ้าเราเลือกฝั่งไหนอีกฝั่งก็จะเสียลูกค้าไปในทันที หรืออาจจะถูกฝั่งใดฝั่งหนึ่งด่าจนเสียชื่อผู้กำกับทีมงานการผลิตไปจนถึงนักแสดงเลย ดังนั้นผู้กำกับจึงต้องเลือกว่าจะเอาส่วนไหน ซึ่งส่วนมากทางผู้ผลิตก็จะพยายามทำมันทั้งสองอย่าง แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีตรงกลางจนต้องไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งอยู่ดี อย่างภาพยนตร์เรื่อง Warcraft ที่ฉายในปี 2016 ที่ทางทีมผู้กำกับเลือกฝั่งคนเล่นเกม กับการสร้างเนื้อเรื่องใส่เนื้อหาในเกมลงไปอย่างมากมายจนคนที่เล่นเกมชื่นชอบ แต่คนที่ไม่ได้เล่นเกมพอได้ดูกลับงงว่าอันนี้คือใครคนนี้เป็นอะไรทำไมคนนี้ทำแบบนี้ แทนที่จะได้ดูสงครามแฟนตาซีแบบ The Lord of the Rings กลับมาได้ดูเรื่องราวตัวละครมากมาย กับเนื้อหาที่มีแต่คนเล่นเกมที่เข้าใจใส่มาเยอะจนกลายเป็นภาพยนตร์ที่คว่ำไป หรือจะเลือกฝั่งคนที่ไม่รู้จักเกมมาดูอย่าง Resident Evil ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะคนที่ไม่เคยเล่นเกมต่างบอกว่าเรื่องนี้สนุก แต่คนเล่นเกมต่างสาปแช่งกันจนถึงทุกวันนี้ว่ามันไม่ใช่ Resident Evil แบบที่คนเล่นเกมต้องการ
ผู้กำกับคนเขียนบทที่รู้จักเกมนั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง
หนึ่งในปัญหาหลักที่คนเล่นเกมบ่นกันเมื่อได้เห็นชื่อผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง Paul W S Anderson ที่มีผลงานสร้างภาพยนตร์จากเกมอย่าง Mortal Kombat, Resident Evil, Death Race และ Monster Hunter หรือ Uwe Boll ผู้กำกับที่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่คนที่ดูภาพยนตร์จะรู้จักเขาเป็นอย่างดี กับผลงานภาพยนตร์ที่มาจากเกมอย่าง House of the Dead, BloodRayne, FarCry และ Alone in the Dark ที่เมื่อเห็นรายชื่อภาพยนตร์ที่ทั้งคู่สร้างมาแล้ว ใครที่เคยดูภาพยนตร์เหล่านี้มาแล้วต่างก็คงจะส่ายหัวแรง ๆ เพราะถ้าไม่ติดชื่อจากเกมหรือเราเข้าไปดูภาพยนตร์โดยที่ไม่รู้เลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อเรื่องอะไร ก็คงจะเป็นภาพยนตร์ที่สนุกมาก ๆ (ของ Uwe Boll อาจจะไม่สนุก) แต่เมื่อมันถูกสร้างมาจากเกมคนสิ่งที่คนเล่นเกมได้คือมันเกี่ยวอะไรกับเกมตรงไหน ซึ่งฝั่ง Paul W S Anderson ยังพอมีกลิ่นอายฉากตัวละครในเกมบ้าง แต่สำหรับ Uwe Boll นั้นเราต้องมานั่งคิดตามเลยว่ามันมาจากเกมตรงไหนกันเลยทีเดียว(แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยดูไปหามาดูแล้วคุณจะเข้าใจ) นั่นก็เพราะผู้กำกับคนเขียนบทไม่รู้จักเกมเหล่านั้นดีพอ หรืออาจจะศึกษามาไม่มากพอ แค่ลองเล่นเกมศึกษาเนื้อเรื่องนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เขียนบทสร้างเป็นภาพยนตร์ออกมา จนกลายเป็นว่ามันสนุกในฐานะภาพยนตร์แต่มันไม่สนุกในฐานะภาพยนตร์ที่มาจากเกม จนหลายคนถึงกับพูดว่าถ้า Resident Evil ไม่ใช้ชื่อ Resident Evil ภาพยนตร์คงไม่ถูกด่าแถมได้รับคำชมในฐานะภาพยนตร์ซอมบี้ที่สนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ส่วน House of the Dead ต่อให้แปะหรือไม่แปะชื่อเกมลงไปมันก็คือหนังซอมบี้สุดห่วยที่เราไม่แนะนำให้คุณไปดู

สล็อตออนไลน์

ให้ผู้พัฒนาเกมมาสร้างเองเลยแบบนั้น
ถ้าเป็นแบบนั้นก็ให้ทีมพัฒนาที่สร้างเกมมาสร้างภาพยนตร์เองเลยจะได้ไม่ต้องมาบ่นกัน ต้องบอกเลยว่ามีหลายเรื่องที่ค่ายเกมออกมาสร้างภาพยนตร์จากเกมตัวเอง ยกตัวอย่างก็มี Final Fantasy The Spirits Within ในปี 2001 ที่สร้างโดยค่ายเกมอย่าง Square และมี Hironobu Sakaguchi ผู้ให้กำเนิดเกม(ย้ำอีกครั้งว่าเขาคือผู้ให้กำเนิดเกมซีรีส์ Final Fantasy) นั่นก็หมายความว่าเขาต้องรู้จักเกมนี้ดีที่สุด แต่ผลที่ออกมาคือความล้มเหลวที่แม้แต่คนที่เล่นเกมมาดูต่างก็ส่ายหน้า เพราะตัวภาพยนตร์ไม่มีความเป็น Final Fantasy เลย เอาง่าย ๆ ที่คุณคิดว่ามันจะมีในภาพยนตร์ Final Fantasy The Spirits Within มันไม่มีเลยในภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากตัวละครที่ชื่อ Cid หรืออีกเรื่องที่มาจากค่ายเกมทำเองเช่นกันอย่าง Resident Evil ที่ในภาคแรก Resident Evil Degeneration นั้นทำออกมาได้ดีได้รับเสียงชื่นชมจากคนดูที่รู้จักและไม่รู้จักเกมนี้ก็ดูสนุกได้ แต่พอมาภาค 2 Resident Evil Damnation เนื้อหาก็ออกจะไม่ใช่ Resident Evil แต่ก็ยังพอรับไหว แต่พอมา Resident Evil Vendetta คือโดนด่าเละเพราะมันไม่ใช่ Resident Evil อย่างที่มันควรเป็น ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นการยืนยันได้ว่าบางทีค่ายเกมเองมาสร้างภาพยนตร์เองมันก็ใช่ว่าจะดีหรือสนุก
ถ้าแบบนั้นก็เอาแบบกลาง ๆ ให้บริษัทหรือทีมพัฒนาเกมมามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
หรือจะเป็นแบบตรงกลางคนละครึ่งไหม อย่างให้ผู้กำกับกับทีมสร้างเกมมาช่วยกันเพื่อให้ภาพยนตร์มีกลิ่นอายเกมให้มาที่สุดจนแฟน ๆ พอใจ อันนี้ก็มีเกิดขึ้นมาบ้างแต่น้อยถึงน้อยมาก ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะอย่าลืมว่าฝ่ายพัฒนาเกมเองก็หัวหมุนทำเกมไม่ทันวันวางจำหน่ายอยู่แล้ว จะมีเวลามาให้คำปรึกษาบินไปดูที่ถ่ายทำหรือประชุมแผนนงานเรื่องภาพยนตร์อีกหรอ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่าง Monster Hunter ที่ Paul W S Anderson ลงทุนบินไปให้ทีมงานพัฒนาเกม Monster Hunter World ดูรายละเอียดของตัวสัตว์ต่าง ๆ ในเรื่องเพื่อความสมจริงจะได้ไม่โดนนักเล่นเกมออกมาบ่น แต่พอตัวอย่างของภาพยนตร์ออกมาปรากฏว่า Rathalos กลับตัวใหญ่เกินไปกว่าในเกมเสียอย่างนั้น นี่ยังไม่นับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการใช้ท่าในเกมการพกอาวุธ 2 ชิ้นที่มันทำไม่ได้ในเกม ที่ทางทีมงาน Capcom ไม่ท้วงติงบ้างหรอที่เห็นอะไรแบบนั้น จนเมื่อภาพยนตร์ออกมาก็เป็นอย่างที่เห็นคือโดนแฟนเกมด่าเละ ส่วนคนไม่ได้เล่นเกมบอกดูสนุก แต่การร่วมมือที่ออกมาดีและสนุกก็มีอย่าง Detective Pikachu ที่อ้างอิงเรื่องราวจากเกมในชื่อเดียวกันมาใส่ได้อย่างลงตัว ขณะที่ Sonic the Hedgehog ในตอนแรกทางทีมสร้างภาพยนตร์สร้าง Sonic ออกมาโดยไม่ปรึกษาทาง Sega จนออกมาเป็น Sonic ที่แฟน ๆ ร้องยี้ จนทางทีมงานต้องกลับไปแก้ไขทั้งหมดและขอคำแนะนำจากทีมพัฒนา Sega ให้มาช่วยจนออกมาเป็นSonic ที่เราชื่นชอบตอนนี้

jumboslot

ตัวละครในเกมที่ถูกเปลี่ยนเพศหรือสร้างตัวละครใหม่แทนตัวเอกในเกม
อีกหนึ่งสิ่งที่คนเล่นเกมมักจะขัดใจเมื่อเกมที่เรารู้จักมีตัวเอกเป็นคนนี้ แต่พอมาเป็นฉบับภาพยนตร์กลับเปลี่ยนตัวเอกเป็นตัวละครใหม่ที่ไม่มีในเกม แถมยังเล่าเรื่องใหม่การเดินทางใหม่ที่อยู่ในฉากเนื้อหาของเกมอันนี้ยังพอเข้าใจได้ เพราะในซีรีส์เกมมักจะทำขึ้นมาบ่อย ๆ กับภาคเสริมหรือเรื่องราวก่อนเกม ซึ่งมีน้อยมากที่จะทำเท่าที่คิดออกก็มี House of the Dead กับ Street Fighter The Legend of Chun-Li ที่เล่าเรื่องราวก่อนเกม แต่ที่เราเจอก็มักจะเป็นการสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมา แล้วจับยัดลงไปในเนื้อเรื่องของเกมอย่าง Monster Hunter หรือ Resident Evil ซึ่งมันดูขัดดูไม่เข้าพวกแถมยังเอาตัวเอกประจำภาคมาเป็นตัวประกอบ หรือที่หนักไปกว่านั้นคือการเปลี่ยนเพศไปเลยอย่าง Silent Hill ภาคแรก ที่เกือบทุกอย่างในภาพยนตร์นั้นทำออกมาดีทั้งเนื้อเรื่องหาเรื่องราวโดยรวม(แต่ก็ยังไม่ดีพอที่คนเล่นเกมจะพอใจ) แต่สิ่งที่ขัดใจที่สุดของเรื่องนี้คือการเปลี่ยนเพศจากผู้ชายตามหาลูกมาเป็นผู้หญิง ซึ่งถ้ามองในแง่ของบทภาพยนตร์การเอาผู้ชายไปสู้กับสัตว์ประหลาดมันดูจะไม่น่าสนใจเท่าผู้หญิง ที่ดูอ่อนแอไร้ทางสู้จะทำให้คนดูลุ้นกว่าเป็นตัวละครผู้ชาย จนมาภาค 2 ที่ตัวภาพยนตร์ใช้ตัวละครผู้หญิงตามในเกม แต่เนื้อเรื่องเนื้อหากลับเปลี่ยนจนไม่สนุก เพราะใน Silent Hill 2 นั้นแทบไม่มีอะไรตรงในเกมเลยนอกจากตัวนางเอก ซึ่งในตัวอย่างแรกนั้นตัวภาพยนตร์อ้างอิงในเกมเยอะมาก ดูได้จากฉากที่ตัวเอกรับโทรศัพท์และเสียงปลายสายพูดว่า Happy Birthday แค่นี้ก็ขนลุกแล้ว แต่พอมาในฉบับจริงกลับถูกเปลี่ยนไปหมด จนแฟน ๆ คนเล่นเกมออกมาบ่นกันทั้งที่ภาคแรกทำออกมาได้ดีแท้ ๆ

slot

แต่งเรื่องขึ้นมาใหม่ไม่เกี่ยวกับเกมแต่ใช้ตัวละครในเกม
ถ้าการสร้างเรื่องราวจากเกมมันมีข้อจำกัดเยอะ แบบนั้นก็สร้างเรื่องราวขึ้นมาใหม่เลยแล้วจับตัวละครในเกมมายัดลงไปก็หมดเรื่อง ซึ่งมันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเรื่อง The King of Fighters ที่ฉายในปี 2010 หรือ Tekken ที่ฉายในปี 2009 ไปจนถึง Street Fighter ในปี 1994 และ Dead or Alive ในปี 2006 รวมถึง Super Mario ในปี 1993 ที่ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยไม่อ้างอิงเค้าโครงเนื้อหาเรื่องราวหรืออะไรที่เกี่ยวกับในเกมมาเลยนอกจากตัวละคร ซึ่งผลที่ออกมาก็คือความเกลียดชัง(นักเล่นเกมต่างประเทศใช้คำแรงกว่านี้) ที่คนเล่นเกมไม่ชอบ เพราะแทนที่จะมีกลิ่นอายของเรื่องราวบ้างแต่นี่กลับบิดเบือนไปจนมั่วไปหมด ยกอย่าง The King of Fighters, Dead or Alive กับ Tekken ที่เปลี่ยนเนื้อเรื่องไปเป็นแค่การต่อสู่ทั่วไป กับเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเกมเลย แถมตัวละครยังถูกเปลี่ยนบทเปลี่ยนเนื้อหาเหมือนเอาใครก็ไม่รู้มาเปะชื่อตัวละครลงไป หรือหนักหน่อยอย่าง Street Fighter ที่เปลี่ยนเนื้อหาอย่างที่ว่ามาแล้วยังตัวพระเอกไปด้วย และที่หนักสุดก็คือ Super Mario ที่จะทำให้คุณฝันร้ายไปตลอดกาลถ้าคุณรักในตัว Mario (ถ้าคุณคิดว่าเราพูดเกินจริงแนะนำให้ไปหามาดูครับแล้วคุณจะรู้ว่าเราพูดจริง)