สัญญาณชี้วัดว่าคุณเป็นโรคติดเกมหรือไม่?

สัญญาณชี้วัดว่าคุณเป็นโรคติดเกมหรือไม่?

joker123

หลังจากที่องค์กรอนามัยโลกอย่าง WHO (The World Health Organization) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าติดเกมนับเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่ง ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีที่ผู้ปกครองของน้อง ๆ ทั้งหลายสามารถเฝ้าระวังและแยกแยะอาการลูกหลานของตนว่าสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ แต่ในขณะเดียวก็ข้อเสียที่ตามมาคือกลุ่มคนที่รักในการเล่นโดยไม่ได้มีอาการหรือสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นโรคชนิดนี้ ซึ่งแบไต๋ของเราก็ยอมไม่ได้ที่จะเห็นเกมเมอร์ผู้บริสุทธิ์ต้องถูกตีตราว่าเป็นคนติดเกม! ทางเราเลยจัดทำบทความนี้ขึ้นมาอันว่าด้วย 9 สัญญาณชี้วัดคุณเป็นโรคติดเกมหรือไม่? ตามไปดูกันเลยดีกว่า ว่าจะมีข้อใดที่คล้ายกับตัวคุณหรือไม่ใช่โดยสิ้นเชิง!

สล็อต

องค์การอนามัยโลกได้จัดให้การติดเกมเป็นโรคชนิดหนึ่ง (Gaming disorder) เป็นอาการทางจิตที่รุนแรงและต้องได้รับการบำบัดรักษาเช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดเกมออนไลน์ หรือ วิดีโอเกม การเล่นจนติดเกมแตกต่างจากการเล่นเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน หรือเล่นเป็นงานอดิเรก คือ ผลกระทบที่เกิดจากการติดเกมเป็นผลทางด้านลบ ผู้เล่นไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ต้องเล่นอย่างต่อเนื่องและะยะเวลาการเล่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจการทำกิจกรรมอื่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าเด็กไทยเล่นเกมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับ 1 ของประเทศในแถบเอเชีย ปัญหาเด็กติดเกมอยู่ในขั้นวิกฤต และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี
อันตรายของโรคติดเกม
อาการเสพติดเกม ก็คล้ายกับการเสพติพยา คือก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เมื่อต้องหยุดเล่นก็จะเกิดอาการคล้ายอาการที่เกิดจากการหยุดยาเสพติด ผลเสียทางร่างกาย เช่น เมื่อต้องเพ่งสายตาไปที่หน้าจอเป็นเวลานานๆ จะทำให้ดวงตาเกิดความอ่อนล้า ตาพร่ามัว ตาแห้ง การนั่งเล่นเกมเป็นเวลานานทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัว คอ ไหล่ และข้อมือ เกิดอาการขาดน้ำและขาดสารอาหาร หรือบางรายอาจเป็นโรคอ้วน เนื่องจากร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย ตลอดจนได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม ดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยน้ำตาลและคาเฟอีนมากเกินไป ขาดการพักผ่อนนอนหลับ หลายคนต้องทนทุกข์ทรมานจากการอดหลับอดนอน เกมที่รุนแรงจะทำให้ผู้เล่นเคยชินกับพฤติกรรมที่รุนแรง เกิดอาการก้าวร้าวจากการที่ไม่สามารถเอาชนะเกม หรือในบางกรณีผู้เล่นสามารถเอาชนะเกมได้ทุกครั้ง แต่ชีวิตจริงไม่เหมือนกับในเกม ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดฉุนเฉียว ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ ผลการเรียนเลวลง ปัญหาทางด้านสุขภาพจิต เช่น เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า โรคสมาธิสั้น ในกรณีที่รุนแรง อาจถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น เกิดอาการวิตกกังวลชนิดหนึ่งที่กลัวการออกจากบ้าน กลัวที่ชุมชน (agoraphobia) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ที่แยกตัวเองออกจากสังคม
สาเหตุของการเสพติดเกม
เกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน ทั้งด้านชีวภาพ จิตใจ และสังคม (Bio-Psychosocial factors)
o ด้านชีวภาพ (Biological factors)
มีการศึกษาวิจัยสมองของคนที่เสพติดเกม พบว่ามีวงจรการทำงานของสมองที่ผิดปกติเหมือน คนที่ติดสารเสพติดจริง ทั้งความผิดปกติทางด้านโครงสร้าง การทำงาน และสารสื่อประสาท ที่ผิดปกติ แต่ละคนมีความเปราะบาง (Vulnerability) ต่อการติดเกมไม่เหมือนกัน ดังนั้น ไม่จำเป็นว่าทุกคนที่เล่นเกมจะต้องเสพติดเกมเสมอไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เพียงแต่การที่เริ่มเล่นเกมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเสพติดเกมได้ เด็กที่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชหลายโรคพบร่วมกับโรคเสพติดเกมได้บ่อย เช่น โรคสมาธิสั้น (ADHD) โรคบกพร่องทางการเรียนเฉพาะด้าน (LD) โรคดื้อต่อต้าน/เกเร (ODD/conduct disorder) โรคซึมเศร้า (Depression) โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder)
ตัวอย่างคำอธิบายความสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่างโรคทางจิตเวชและโรคเสพติดเกม เช่น

  • โรคสมาธิสั้น (ADHD) การทำงานสมองของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะชอบการตอบสนอง ที่ฉับพลันทันไว ไม่สามารถอดทนรอคอยได้ ขี้เบื่อ ต้องการสิ่งแปลกใหม่ การเล่นเกมสามารถตอบสนองต่อผู้เล่นได้ทันที เพียงแค่กดปุ่มบังคับ ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องรอนาน และการเล่นเกมมีความแปลกใหม่ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยิ่งเล่นยิ่งติด มีการศึกษาพบว่า การเล่นเกมจะทำให้อาการของสมาธิสั้นยิ่งเป็นมากขึ้นด้วย ในทางกลับกันในเด็กปกติที่เล่นเกมมากๆ การทำงานของสมองจะเริ่มมีความผิดปกติ มีอาการคล้ายโรคสมาธิสั้นได้ เช่น อดทนรอคอย ได้ลดลง ทำอะไรได้ไม่นาน ทำงานแบบขอไปที เพื่อที่จะรีบไปเล่นเกม
  • โรคบกพร่องทางการเรียนเฉพาะด้าน (LD) เด็กที่เป็นโรคนี้อาจมีผลการเรียนไม่ดี คนรอบข้างมักจะตำหนิหรือแสดงท่าทีไม่ยอมรับเด็ก ทำให้เด็กมีความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self-esteem) ที่ไม่ดี เมื่อไปเล่นเกมแล้วเด็กเล่นได้เก่ง มีสังคมเพื่อนในเกม ได้รับการชื่นชมยอมรับ เด็กจะรู้สึกตัวเองมีคุณค่า ทำให้อยากเล่นเกมมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเด็กใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ การเล่นเกม ทำให้ไม่ได้ฝึกพัฒนาทักษะทางการเรียนที่บกพร่อง เช่น ไม่ได้ฝึกอ่านเขียน อาการของโรคจะเป็นมากขึ้น
  • โรคซึมเศร้า (Depression) อาการของโรค คือ เศร้า เบื่อหน่ายท้อแท้ ไม่อยากทำอะไร รู้สึกหมดหวังกับโลกความเป็นจริง การเล่นเกมเป็นหนทางหลีกหนี (Escape) จากความทุกข์ทรมานที่เป็นอยู่ เด็กจึงอยากที่จะอยู่ในโลกของเกม ปฏิเสธความพยายามในการใช้ชีวิตอยู่ในโลกความเป็นจริง ส่วนเด็กปกติที่เล่นเกมและมีสังคมอยู่ในนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ เช่น ถูกกลั่นแกล้งในสังคมเกม (Cyber bullying) ติดเล่นเกมจนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนในชีวิตจริง ทำให้ไม่มีเพื่อน รู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว นำไปสู่การเป็นซึมเศร้าในที่สุด

สล็อตออนไลน์

  1. หมกมุ่น และนึกถึงเกมบ่อยครั้ง – ตลอดเวลา
    ผู้ที่มีโอกาสสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวนั้น มักจะคิดถึงช่วงเวลาเล่นเกมก่อนหน้านี้ จนส่งผลให้การเล่นเกมเข้ามาเป็นหนึ่งใน และถูกสอดแทรกเข้ามาในชีวิตประจำวัน
  2. มีอาการหงุดหงิด กระวนกระวายใจ เบื่อหน่าย หรือเศร้าโศกเมื่อขาดการเล่นเกม
    เมื่อผู้ที่มีโอกาสสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวถูกระงับการเล่นโดยฉับพลัน หรือจากการห้ามปรามด้วยตัวเอง พวกเขาก็จะมีอาการหงุดหงิด กระวนกระวายใจ เบื่อหน่าย เศร้าโศก หรืออาการใดอาการหนึ่งเมื่อขาดการเล่นเกม
  3. มีความต้องการจะเล่นเกมนานขึ้นเรื่อย ๆ
    ผู้ที่มีโอกาสสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าว จะมีความต้องการที่จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการเล่นเกม โดยมีต้นตอมาจากความต้องการที่บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายของที่ตัวเกมตั้งไว้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีสิ่งใดที่ค้างคาใจ
  4. ไม่สามารถควบคุมและเป็นส่วนหนึ่งกับผู้เล่นคนอื่นในเกมได้ (เกมออนไลน์)
    ผู้ที่มีโอกาสสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวมีความต้องการจะปลีกวิเวกไม่ต้องการเข้าร่วมหรือมีปฎิสัมพันธ์หรือมีส่วนร่วมกับผู้เล่นอื่นในเกม
  5. สูญเสียกิจกรรมยามว่างรูปแบบอื่นที่เคยมีก่อนหน้านี้
    เกมจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผู้ที่มีอาการสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวมีความปราถนาและครุ่นคิด
  6. สามารถเล่นเกมได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะทางอารมณ์รูปแบบไหน
    ผู้ที่มีอาการสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวจะสามารถเล่นเกมอยู่ได้แม้ในตอนนั้นจะประสบพบเจอสภาวะอารมณ์แบบไหนก็ตามไม่ว่าจะเป็นด้านลบหรือบวก
  7. ไม่ยอมรับตนเองพร้อมบอกคนรอบข้างว่าตนไม่ได้มีอาการ
    ผู้ที่มีอาการสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวนั้น ลึก ๆ แล้วจะไม่ยอมรับตัวเอง หรืออาจจะไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวเองเป็น แต่ที่แน่ ๆ จะชัดเจนด้วยการบ่ายเบี่ยงว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของตนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากเกม
  8. ใช้โลกของเกมเป็นประตูหลีกหนีหรือรับรู้ความรู้สึกด้านลบ
    ผู้ที่มีอาการสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวจะใช้เกมเป็นดั่งประตูไปสู่อีกโลกหนึ่งที่สามารถหลบหนีความรู้สึกด้านลบต่าง ๆ อาทิ ความรู้สึกผิด, ความวิตกจริตกังวล, ภาวะสิ้นหวัง เป็นต้น
  9. ไม่อยากมีปฎิสัมพันธ์กับบุคคลโดยรอบ
    ผู้ที่มีอาการสุ่มเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวจะมีความต้องการปลีกวิเวกออกจากบุคคลโดยรอบทั้งจากสถานที่ทำงาน, สถานที่ศึกษา หรือสถานที่ที่มีโอกาสได้พบปะผู้คน

jumboslot

คำแนะนำ และแนวทางแก้ไข
โรคติดเกมเกิดได้กับเด็ก และผู้ใหญ่ ในกรณีที่เป็นเด็ก พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะมีบทบาทสำคัญที่สุด อย่ามองเกมที่เด็กเล่นว่าไม่เป็นพิษเป็นภัยเหมือนเป็นของเล่นชนิดหนึ่ง ควรตระหนักเสมอว่าเด็กมีโอกาสติดเกมได้เหมือนติดสิ่งเสพติด ก่อนที่จะอนุญาตให้เด็กเล่นเกม ควรมีการสัญญาและตกลงกันก่อนว่า จะต้องทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรืออาบน้ำกินข้าวก่อนถึงจะเล่นเกมได้ จำกัดเวลาเล่นเกม เช่นเล่นได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง เลือกประเภทเกมให้เด็กเล่น ให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามที่ตกลงกันไว้ได้ เก็บอุปกรณ์ในการเล่นเกมรวมทั้งมือถือให้ห่างไกลจากเด็ก เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กให้หันไปทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับพ่อแม่ได้ เช่น การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานก่อนนอน เล่นกีฬาที่เด็กชอบ พาไปเดินเที่ยวในสวนสาธารณะ เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่ให้มากขึ้น
ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะในวัยทำงานเป็นโรคติดเกม ผู้ใหญ่ที่ติดเกมอาจจะแก้ไขได้ยากกว่าเด็ก เพราะไม่มีผู้ปกครองคอยตักเตือน โดยเฉพาะในรายที่อยู่คนเดียว แนวทางการแก้ไข เช่น จำกัดเวลาเล่นเกม แบ่งแยกเวลาการทำงานกับการเล่นเกมให้ชัดเจน ปรึกษาคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทให้ช่วยคอยห้ามคอยเตือน ให้กำลังใจ หรือคอยชักชวนให้หันไปทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่นเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เล่นดนตรี ใช้เวลาว่างไปทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ เช่น ช่วยดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล อาสาจราจร ทำความสะอาดวัดวาอาราม ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ในรายที่ติดเกมรุนแรงมากอาจต้องพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์
[NPC5]การเล่นเกมอย่างพอดี ทำให้ผู้เล่นได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน คลายเครียด ฝึกทักษะ สมาธิ การตัดสินใจ การประสานการทำงานของกล้ามเนื้อและประสาทระหว่างมือกับตา อย่างไรก็ตาม การเล่นเกมไม่ควรเล่นติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือหมกมุ่นมากจนเกินไปจนทำให้เกิดอาการเสพติดและเกิดผลเสียต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ