เปิดตำนาน Famicom Disk System ความหวังดีที่เป็นฝันร้ายของนินเทนโด

เปิดตำนาน Famicom Disk System ความหวังดีที่เป็นฝันร้ายของนินเทนโด

joker123

หากจะพูดถึงเครื่องเกมคอนโซลระดับตำนานแล้ว แฟมิคอม ก็คงอยู่ในใจแฟนเกมทั่วโลกโดยเฉพาะชาวไทยที่ในยุค 80 แทบจะประสบความสำเร็จอยู่เจ้าเดียว แต่ในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นแฟมิคอมมีคู่แข่งอยู่หลายเจ้าไม่ว่าจะเป็น SEGA ที่ก่อน Mega Drive จะวางขายก็มีการออกคอนโซลมาหลายเครื่อง รวมทั้งจากค่าย NEC อย่าง PC-Engine และถือว่าขายดีพอสมควรด้วย

สล็อต

และในช่วงกลางยุค 80s หลังจากแฟมิคอมวางขายมาได้สามปี นินเทนโดก็ได้ออกวางขายอุปกรณ์เสริมในตำนานในชื่อ Famicom Disk system ที่วางขายในญี่ปุ่นในปี 1986 ที่ไม่ได้ออกมาเพื่อเพิ่มสเปกหรือความสามารถอะไร แต่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาสื่อแบบตลับที่ใช้ชิปที่มีราคาแพงมากขึ้น จนต้นทุนสูงขึ้นกว่าเดิมมาก และด้วยสื่อของแฟมิคอมที่ใช้ตลับทำให้นอกจากแพงแล้วยังใช้เวลานานกว่าเพราะต้องเสียเวลาผลิต ทำให้ปู่นินต้องหาทางแก้ปัญหาในการผลิตสื่อใหม่ออกมารองรับเกมใหม่ ๆ ในต้นทุนที่ถูกลง
เกือบได้ร่วมมือกับ Hudson Soft
ในตอนแรก นินเทนโด ได้เกือบได้ร่วมงานกับค่าย Hudson Soft ที่ถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่อีกค่ายในยุคนั้น เพราะทางค่ายมีเทคโนโลยีสื่อความจุในชื่อ Bee Card ที่ใช้ในเครื่องเกม MSX ที่มีรูปร่างเป็นแผ่นพลาสติกขนาดเท่า ๆ กับบัตรเครดิต และยังสามารถเขียนทับและบันทึกข้อมูลได้ด้วย ถือว่าตรงสเปกที่ปู่นินต้องการอย่างมาก แต่การร่วมมือไม่ได้เกิดขึ้นเพราะราคาของ Bee Card แพงเกินไป แต่ทางค่าย Hudson Soft ได้ไปพัฒนาต่อกับค่าย NES จนกลายเป็น Hu Card บนเครื่อง PC-Engine ที่ขายดีพอสมควรด้วย
คำตอบคือแผ่นดิสก์
หลังจากปู่นินกลับมาหาทางแก้ไขเอง โดยทีมงานสร้างเครื่องแฟมิคอมเดิม ในที่สุดคำตอบก็ง่าย ๆ คือแผ่นฟลอปปีดิสก์ สื่อที่นิยมใช้ใน PC ในอดีต แต่จะให้นินเทนโดเอาแผ่นฟลอปปีดิสก์ที่ใช้กับ PC มาเลยก็คงไม่ดีแน่นอนเพราะจะโดนคน Copy เกมไปได้ง่าย ๆ แน่นอนทำให้ต้องมีการคิดและพัฒนาแผ่นฟลอปปีดิสก์เองให้มีขนาดเล็กและแตกต่าง เพื่อไม่ให้เอาไปใช้งานบน PC ได้และเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเอาเกมไป Copy โดยแผ่น ฟลอปปีดิสก์ ของปู่นินจะมีความจุ 112k ต่อ 1 แผ่นโดยจะต้องสลับหน้า A และ B ด้วยเท่ากับว่าต่อหนึ่งหน้าจะมีความจุประมาณ 60K และทำให้ต่อ 1 แผ่นดิสก์จะลงเกมขนาดเล็กได้ 2 เกมในแผ่นเดียว และเมื่อคิดได้ทีมงานนินเทนโดได้สร้างตัวอ่านแผ่นเชื่อมต่อกับแฟมิคอมในนาม Famicom Disk system ออกวางขาย

สล็อตออนไลน์

ข้อดีมีมากมายแถมราคาถูก
สิ่งที่เป็นปัญหาหลักของเครื่องเกมที่ใช้ความจุแบบตลับเกมคือ ราคาของชิปที่ไม่แน่นอนบางครั้งถูกบางทีก็ขึ้นไปสูง โดยตลับเกมในยุคนั้นจะมีราคาประมาณ 1,000 บาท สำหรับกลางยุค 80 ถือว่าสูงพอสมควร แต่พอมาเป็นแผ่นฟลอปปีดิสก์ที่มีทุนต่ำกว่ามาก ทำให้ปู่นินตั้งราคาขายฟลอปปีดิสก์ของ Famicom Disksystem เพียง 300 บาทเท่านั้นถือว่าแตกต่างกันมากพอที่จะให้แฟนเกมควักเงินซื้อ Famicom Disk system อุปกรณ์เสริมที่เป็นตัวอ่านแผ่นและแรมที่เป็นตลับเสียบกับ Famicom ที่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 15,000 เยนในยุคนั้นหรือประมาณ 4,200 บาท แพงพอ ๆ กับเครื่องเกมในยุคนั้น
และเนื่องจาก ฟลอปปีดิสก์ สามารถบันทึกข้อมูลและเขียนทับได้ ทำให้เกมบน Famicom Disk system สามารถ Save เกมได้โดยไม่ต้องใช้แบตเหมือนกับตลับเกมทำให้แฟนเกมสะดวกขึ้นมาก และการที่มันเขียนทับได้ทำให้ปู่นินสร้างเครื่องขายเกมเป็นเหมือนตู้อัตโนมัติวางตามร้านเกม โดยผู้เล่นสามารถเอาแผ่นฟลอปปีดิสก์ เสียบไปที่เครื่องแล้วซื้อเกมใหม่ ๆ ที่จะเขียนทับเกมเก่าไปได้เลย แถมราคาขายของเกมที่กดผ่านตู้ขายเพียงแต่หลักร้อยกว่าบาทเท่านั้น ถือว่าเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมที่แฟนเกมจะสามารถได้เกมใหม่ ๆ ไปได้ในราคาประหยัดมากแถมยังสะดวกเพราะกดได้เหมือนกับการซื้อน้ำดื่มผ่านเครื่องขายอัตโนมัติ
เกมออกมารองรับเพียบ
ในตอนแรกปู่นินจริงจังกับ Famicom Disk system มากถึงขนาดขนเกมดังเปิดตัวเพียบ ไม่ว่าจะเป็นตำนานอย่าง Super Mario 2 ฉบับญี่ปุ่นที่วางขายพร้อมกับเครื่อง และยังมีเกม metroid ภาคแรก , เซลด้าภาคแรก , Zelda II: The Adventure of Link, Kid Icarus เกม Yume Kojo Doki Doki Panic และยังมีเกมของค่ายอื่นอย่าง Dracula หรือ Castlevania เวอร์ชันญี่ปุ่นที่วางขายแบบแผ่นฟลอปปีดิสก์ ก่อนถึงจะมีการวางขายแบบตลับ และยังมีหลายเกมที่ไม่ได้ออกเป็นเวอร์ชั่นตลับเกมอีกด้วย และด้วยเหตุนี้เองทำให้แฟนปู่นินที่เป็นเจ้าของแฟมิคอมอยู่แล้วต่างแห่ไปซื้ออุปกรณ์เสริมกันจนทำให้ Famicom Disk system สามารถขายได้มากถึง 4.4 ล้านเครื่องเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะมันวางขายในบ้านเกิดที่เดียว ส่วนในประเทศไทยก็มีการหิ้วเข้ามาขายเช่นกัน ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าผู้เขียนเองก็เคยได้สัมผัสที่บ้านเพื่อน (แต่ไม่ได้ซื้อเป็นเจ้าของเพราะไม่มีเงิน)

jumboslot

มาเร็วไปเร็วเพราะอะไร
Famicom Disk system ขายดีอย่างมาก และมีเกมออกมารองรับมากมายแต่หลังจากวางขายมาสักพักค่ายเกมก็หันกลับมาใช้ตลับเกมเป็นสื่อแทน และแม้จะได้รับการตอบรับจากแฟนเกมได้ดีแต่ Famicom Disk system ก็หยุดการผลิตในปี 1990 เพียง 4 ปีหลังจากวางขายถือว่าหยุดผลิตเร็วมากสำหรับคอนโซลของนินเทนโดในอดีตที่จะวางขายยาวนานกว่านี้ เพราะอะไรทำไมถึงไปเร็ว คำตอบง่าย ๆ คือราคาชิปหลังจาก Famicom Disk system วางขายแล้วกลับมีราคาถูกลงจนทำให้ค่ายเกมอื่นหันไปใช้ตลับเกม เช่นทาง Capcom ที่ได้เมินออกแผ่นดิสก์ออกเกม มาไคมูระ แบบตลับเกมหลังจาก Famicom Disk system วางขายไม่นาน แถมปู่นินขอส่วนแบ่งจากการวางขายเกมบน Famicom Disksystem มากถึง 50% สูงกว่าการออกเกมเป็นตลับมากทำให้ค่ายเกมไม่พอใจหันไปทำเกมลงตลับดีกว่า
และหลังจากนั้นแม้แต่ปู่นินเองก็หันไปทำเกมบนตลับอีกครั้งเพราะความจุของแผ่นฟลอปปีดิสก์ของปู่นิน มีความจุ 112k ต่อ 1 แผ่น ไม่เพียงพอที่จะใส่เกมยุคใหม่ได้แล้ว เช่น Super Mario 3 ที่มีความจุมากถึง 3MB หากใช้แผ่นฟลอปปีดิสก์ คงจะต้องใช้หลายแผ่นแน่ ๆ และอย่างที่บอกว่าราคาชิปช่วงปลายยุค 80s ถือว่าถูกลงมากทำให้หลายเกมที่เคยเปิดตัวบน Famicom Disk system มีการวางขายเป็นตลับเกมภายหลังเช่น เซลด้า และ Castlevania นอกจากนี้ Famicom Disk system ไม่ได้วางขายนอกบ้านเกิดอย่างประเทศญี่ปุ่นด้วยเพราะนินเทนโดอเมริกาบอกว่าการมีอุปกรณ์เสริมถือว่ายุ่งยากเกินไปสำหรับแฟนเกมในอเมริกายุคนั้น

slot

Nintendo 64 DD ทายาทที่ล้มเหลว
หลังจาก Famicom Disksystem วางขาย ในยุค Nintendo 64 คอนโซลรุ่นใหม่ของนินเทนโดที่วางขายในปี 1996 นินไทโดได้กลับไปหาไอเดียในอดีตอีกครั้งกับอุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อกับเครื่องเกมในชื่อ Nintendo 64 DD ที่วางขายตามเครื่องเกมมาในปี 1999 เพื่อแก้ปัญหาความจุตลับเกมไม่พอ เพราะ Nintendo 64 ใช้สื่อแบบตลับที่มีราคาแพงและมีความจุจำกัดมาก โดยในตอนแรกความจุตลับมีเพียง 32MB เท่านั้นถือว่าน้อยมากเทียบกับเครื่องเกมอื่นที่ใช้ CD เป็นสื่อที่มีความจุมากกว่า 600MB ทำให้ปู่นินต้องออกอุปกรณ์เสริมมาเป็นทางเลือก โดยจะแตกต่างที่ 64DD จะเชื่อมต่อกับเครื่อง Nintendo 64 ที่ด้านล่าง