รวมความกลัวสิ่งที่เกลียดในวิดีโอเกมที่นักพัฒนาจัดมาให้คุณ

รวมความกลัวสิ่งที่เกลียดในวิดีโอเกมที่นักพัฒนาจัดมาให้คุณ

joker123

มีคนกล่าวเอาไว้ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกของวิดีโอเกมยุคนี้ เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าจนตัวเกมสามารถทำกราฟิกให้สวยงามสมจริง ไปจนถึงสิ่งที่เหนือจินตนาการให้คนเล่นเกมได้รับความบันเทิงที่แปลกใหม่ ซึ่งในสิ่งที่เหนือจริงนั้นก็ย่อมมีทั้งด้านดีและไม่ดีอยู่ในนั้นด้วย เพราะทางผู้พัฒนาเกมเองก็ไม่อยากย่ำอยู่กับที่ เราจึงได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่อยู่ในวิดีโอเกมอยู่เสมอ และหนึ่งในนั้นก็คือความกลัวสิ่งต่าง ๆ ที่คนเรานั้นก็มีความกลัวที่ต่างกันไป บางคนกลัวที่แคบกลัวรูที่มีเยอะ ๆ กลัวความมืด ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคือวัตถุชั้นดีที่นักพัฒนาเกมจะหยิบมาใช้เพื่อปั่นประสาทคนเล่น ที่ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตามเราก็จะได้เจอสิ่งเหล่านี้ในวิดีโอเกม ซึ่งหลายคนคงคิดว่าความกลัวเหล่านี้จะมีแค่ในเกมสยองขวัญ ทั้งที่ความจริงแล้วความกลัวมันมีอยู่ทุกแนวเกมแล้วแต่เราจะเจอกันไหม และที่ก็คือ 15 ความกลัวที่วิดีโอเกมจัดมาให้คุณจะมีความกลัวอะไรบ้างมาดูกันเลย

สล็อต

ความบิดเบี้ยวของสิ่งปกติที่ต่างไปจากเดิม
เริ่มต้นเรื่องแรกกับสิ่งพื้นฐานของความกลัว นั่นคือการเอาทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามาเปลี่ยนดัดแปลงให้ดูบิดเบี้ยวผิดจากที่มันควรเป็น ไม่ว่าจะเป็นฉากสิ่งของตัวละครไปจนถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในวิดีโอเกมให้ผิดไปจากเดิม ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพก็ประมาณซอยที่เราเดินทุกวันตอนกลางคืน แต่คืนนี้กลับมีหมอกจาง ๆ (หรือฝุ่น PM2.5) ที่เปลี่ยนฉากปกติให้ดูน่ากลัวบิดเบี้ยวไปจากเดิม ไปจนถึงรูปถ่ายคนที่ผิดพลาดจนเปลี่ยนรูปไปจากเดิม นั่นคือความบิดเบี้ยวจากปกติ
ซึ่งเกมที่จะให้เราเห็นภาพนี้ได้ง่ายที่สุดก็คือเกมในซีรีส์ Silent Hill ที่เราจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในโลกของความเป็นจริง ทั้งตึกบ้านเรือนไปจนถึงตัวละครในเกมที่ถูกเปลี่ยนให้บิดเบี้ยวน่ากลัวเมื่อเราหลงเข้าไปในโลกต่างมิติ ซึ่งที่นั่นเราก็จะได้เห็นศพคนตายถูกแขวนเหล่านางพยาบาลในเกมที่ปกติก็ดูน่ากลัวอยู่แล้วยิ่งหลอนมากขึ้น ไปจนถึงตัวละครที่เราควบคุมที่ปกติก็ดูสวยหล่อแต่ก็ถูกความบิดเบี้ยวของผู้สร้างเกมเอามาเปลี่ยนให้ดูน่ากลัว หรือจะเป็นเกมในซีรีส์ Bloodborne ที่เปลี่ยนโลกปกติให้เป็นเหมือนขุมนรกที่บิดเบี้ยวน่ากลัว ไปจนถึงเกมสยองขวัญปั่นประสาทอย่าง The Evil Within ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของคำว่าบิดเบี้ยวได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าใครไม่เคยเล่นเกมเหล่านี้ลองไปหามาเล่นดู แล้วคุณจะรู้ว่าความบิดเบี้ยวที่ว่ามานั้นมันดูหลอนขนาดไหน
ความกลัวของคนดูภาพยนตร์กับความกลัวตอนเล่นเกม
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาต่อไปเราอยากจะให้คนที่ไม่เคยเล่นเกม หรืออาจจะเล่นมาแต่ไม่มากที่ได้มาอ่านบทความนี้ ได้แยกกันระหว่างความกลัวในการนั่งชมภาพยนตร์ กับความกลัวในการเล่นเกมว่ามันต่างกันคนละเรื่องเลยทีเดียว เพราะการเล่นเกมนั้นเราจะเป็นคนควบคุมตัวละครให้กระทำสิ่งต่าง ๆ ทุกอย่าง ที่ต่างกับการชมภาพยนตร์ที่เราจะทำได้แค่ดู ดังนั้นอารมณ์และความรู้สึกจึงไม่เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็รวมถึงความรู้สึกกลัวเมื่อเจอสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวบิดเบี้ยวในร่างมนุษย์ ที่ถ้าคุณดูภาพยนตร์สัตว์ประหลาดอย่างเรื่อง The Thing แหวกมฤตยูอสูรใต้โลก (ดูรูปประกอบด้านล่าง) กับการที่คุณได้เห็นพวก Necromorphs วิ่งเข้ามาใส่คุณในเกม Dead Space คุณจะรู้สึกถึงความกดดันความกลัวขยะแขยงที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่มันก็มีรูปร่างหน้าตาคล้าย ๆ กัน ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะในเกมถ้าคุณกลัวจนทำอะไรไม่ถูกคุณจะตาย แต่ในภาพยนตร์คุณแค่สะดุ้งตกใจกลัวปิดตาตัวละครก็ดำเนินต่อไป เมื่อเป็นแบบนั้นผู้เล่นจึงรู้สึกกดดันเครียดที่สูงกว่าคนชมภาพยนตร์ ไม่เชื่อก็ลองไปนั่งดูภาพยนตร์เรื่องที่เราบอกและหาเกม Dead Space มาเล่นแล้วดูว่าคุณรู้สึกแบบนั้นจริงไหม

สล็อตออนไลน์

สัตว์ประหลาดรูปร่างมนุษย์
ต่อเนื่องจากหัวข้อที่แล้วกับความรู้สึกกลัวที่อยู่ในภาพยนตร์ The Thing กับเกม Dead Space ที่ทั้งสองเรื่องนั้นจะใช้ความกลัวที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง นั่นก็คือการเอาตัวละครมนุษย์มาดัดแปลงให้ดูบิดเบี้ยว ซึ่งนั่นคือความกลัวแบบหนึ่งที่นักพัฒนาเกมกับภาพยนตร์ชอบใช้ เพราะปกติมนุษย์เรามักจะไม่ค่อยยอมรับสิ่งที่เหมือนตัวเองแต่ต่างออกไป เช่นคนแคระหรือมนุษย์ที่มีความผิดปกติทางด้านร่างกายว่าน่าเกลียดน่ากลัวประหลาด และยิ่งเป็นสัตว์ประหลาดที่บิดเบี้ยวนั่นก็ยิ่งทำให้คนเล่นเกมรู้สึกกลัวมากกว่าปกติ ที่เราต้องแยกส่วนนี้กับพวกซอมบี้ที่นับเป็นร่างกายที่เน่าเปื่อยมีบาดแผลไม่ใช่ร่างกายบิดเบี้ยว ดังนั้นถ้าคุณเอาสัตว์ประหลาดในเกม Silent Hill กับซอมบี้ในเกม Resident Evil มาให้คนที่ไม่ได้เล่นเกมดู พวกเขาจะกลัวความบิดเบี้ยวของนางพยาบาลมากกว่าศพเละ ๆ ของซอมบี้ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่นักพัฒนาเกมรู้และจงใจใส่มันลงไปเพื่อให้เรากลัว
กลัวผีในเกมแต่ไม่กลัวซอมบี้ในเกม
อีกหนึ่งความกลัวที่เราต้องยอมรับก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนจะกลัวผีในเกม แต่ก็มีหลายคนที่กลัวผีในเกมจนไม่กล้าเล่น ยิ่งเป็นเกมที่เราไม่มีทางสู้ทำได้แค่วิ่งหนีแอบซ่อนอย่างเกม Home Sweet Home หรือ Outlast (เกมหลังอาจไม่ใช่ผีแต่ก็เหมือนผี) ที่ผู้พัฒนาเกมพยายามอ้างอิงหลักความเป็นจริงที่คนธรรมดาอย่างเราเมื่อเจอผีจะทำอย่างไร ? แน่นอนว่าเราต้องวิ่งหนีไปซ่อนและยิ่งผีตนนั้นมีอาวุธด้วยคุณคงจะกล้าเข้าไปสู้หรอกนะ หรือจะเป็นเกมที่สู้ผีได้อย่างซีรีส์ Fatal Frame เราก็ยังได้เห็นผีบางตัวที่เราไม่สามารถสู้ได้เพื่อกดดันผู้เล่นให้รู้สึกกลัว บวกกับหน้าตาของผีที่อ้างอิงมาจากคนอย่างผีนางรำผีนักศึกษาในเกม Home Sweet Home นั่นก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความรู้สึกในการอินมากขึ้น เหมือนที่เรารู้สึกกลัวผีนางพยาบาลในเกม Silent Hill ที่นักพัฒนารู้ว่าความกลัวของมนุษย์ที่เกี่ยวกับผีนั้นต้องมาจากสิ่งใกล้ตัวหรือคุ้นเคย เราจึงไม่เห็นคนกลัวซอมบี้ทั้งที่มันก็เหมือนผีปกติ นั่นก็เพราะคนเล่นอย่างเราจะรับรู้แยกแยะได้ว่า ผีคือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราแต่เรามองไม่เห็นต่อสู้ไม่ได้(สวดมนต์ไล่ก็ไม่รู้จะไปไหม) แต่ซอมบี้คือสิ่งใหม่ที่ไกลตัวเราและเราสามารถฆ่ามันได้หนีมันพ้น แต่ผีหนีไปไหนก็ตามมาได้ซึ่งถ้าเป็นคนไทยคงหนีเข้าวัด รวมถึงการปลูกฝังมาแต่อดีตเรื่องความน่ากลัวของผีว่าน่ากลัวแบบนั้นอย่างนี้ เราจึงไม่กลัวซอมบี้แต่กลัวผีในเกมนั่นเอง
Jump Scare
ถ้าพูดถึงสิ่งที่นักเล่นเกมหลายคนเกลียดไม่ชอบและไม่อยากให้มี นั่นคือฉากที่ทำให้เราตกใจที่เรียกว่า Jump Scare ที่มันเหมือนจะเป็นจุดขายของเกมสยองขวัญยุคนี้ไปแล้ว เพราะแม้แต่เกมต้นตำหรับที่ไม่ค่อยมี Jump Scare อย่าง Resident Evil ก็มีมากับเขาด้วย(แต่ภาคหลัง ๆ นี้เน้นหนักมาก) เพราะตั้งแต่ Resident Evil 7 มาเราก็จะได้เห็นฉาก Jump Scare มาเรื่อย ๆ และถ้าจะให้เราไล่รายชื่อเกมที่มี Jump Scare ก็คงต้องใช้อีกบทความเลยทีเดียว ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่จิตใจแข็งแกร่งดุจหินผาไม่หวั่นไหวตกใจคุณก็อาจจะชอบหรือเฉย ๆ กับมัน แต่สำหรับคนปกติทั่วไปที่มีความหวาดกลัว Jump Scare มันคือของแสลงที่คนเล่นเกมไม่อยากเจอ และเชื่อเถอะว่าคนเล่นเกมเขาไม่ได้ต้องการเล่นเกมนี้เพื่อต้องการตกใจ เหมือนที่เราจะไปเล่นรถไฟเหาะทั้งที่รู้ว่ามันน่ากลัว แต่เราเล่นเพราะชอบความกลัวแต่ไม่ชอบ Jump Scare และเกมสยองขวัญหลายเกมก็หลอนได้โดยที่ไม่ต้องมี Jump Scare ก็มีอย่าง Fatal Frame หรือ Silent Hill ที่จับคนเล่นให้กลับบรรยากาศมากกว่าการใส่ Jump Scare ให้เราตกใจ

jumboslot

กลัวความมืดที่มืดแคบ
คุณเคยรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเมื่อต้องอยู่ในสถานที่มืดจนมองอะไรไม่เห็นหรือไม่ก็ห้องแคบ ๆ บ้างไหม ? นั่นคืออาการกลัวที่มืดกับที่แคบซึ่งเรียกว่า Achluophobia ที่หมายถึงโรคกลัวที่มืดพอเวลาเจอที่มืดจะรู้สึกวิตกกังวลกลัวจนทำอะไรไม่ถูก รวมถึงเวลากลางคืนและสถานที่ซึ่งมีแสงสว่างเข้าถึงน้อย กับ Claustrophobia ที่เป็นโรคกลัวที่แคบเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกให้อยู่คนเดียวในบริเวณที่ปิดล้อม อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องตลกหรือเอามาแกล้งกัน เพราะจิตใจของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน ในโลกของวิดีโอเกมก็เช่นกันที่นักพัฒนาเกมจะรู้ว่าที่มืดแคบหรือสถานที่ปิดคือวัตถุชั้นดีที่ควรเอามาทำในเกมสยองขวัญ ยิ่งเป็นเกม Resident Evil แบบภาคเก่าที่เป็นมุมกล้องตายตัวเหมือนกล้องวงจรปิด เราก็จะไม่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างหัวมุมนี้ตรงทางเดินแคบ ๆ ข้างหน้ามีเสียงร้องแต่เรามองไม่เห็น ไม่ก็สถานที่แคบ ๆ แต่ต้องสู้กับผีนั่นก็เป็นสิ่งที่เกม Fatal Frame กับ Home Sweet Home ชอบใช้ หรือจะเป็นแบบจงใจใช้แบบเต็ม ๆ เลยก็คือ P.T. ที่มีทั้งทางเดินแคบ ๆ ความมืดในห้องแถมยังเป็นมุมมองบุคคลที่ 1 เรียกมาครบเลยทีเดียว ใครที่รู้ว่าตัวเองเป็นอาการทั้งสองอย่างควรเลี่ยงเกมเหล่านี้
กลัวรูหรือลูกตาที่เยอะ
อีกหนึ่งอาการแปลก ๆ ที่ที่น้อยคนนักจะเป็นกับอาการกลัวรูที่เรียกว่า Trypophobia ที่เราจะรู้สึกขยะแขยงไม่กล้ามองไปจนถึงรู้สึกอยากอาเจียนเมื่อเห็นรูเยอะ ๆ ที่คนปกติเมื่อเห็นรูเยอะ ๆ ก็อาจจะมีอาการแบบนี้บ้าง แต่คนที่เป็นหนัก ๆ นี่ขนาดเห็นรูบนฝักบัวหรือจากกล้องมือถือที่มีสามกล้องก็เกิดอาการกลัวได้ แต่ด้วยความกลัวแบบนี้มีคนเป็นน้อยเราจึงไม่ค่อยเห็นนักพัฒนาเกมสยองขวัญเอามาใช้กัน แต่ก็พอจะมีบ้างอย่างตัวละครในเกม Outlast กับเกมซีรีส์ Resident Evil ที่จัดรูกับลูกตาแบบเต็ม ๆ ในหลาย ๆ ภาค จนแม้แต่คนปกติที่ไม่มีอาการกลัวรูยังรู้สึกขยะแขยงจนพูดไม่ออกเหมือนกัน

slot

ศพที่สมจริง
จะเรียกว่าดีหรือไม่ดีเราก็ไม่สามารถฟันธงลงไปได้ กับกราฟิกของเกมในยุคนี้ที่สวยสมจริงเกินไปจนเราสามารถเห็นฉากสีหน้าท่าทางตัวละครต่าง ๆ ได้อย่างสมจริง ซึ่งนั่นก็รวมถึงสภาพศพที่ถูกทำออกมาได้สวยสมจริงเกินไป แต่แค่การเห็นศพในวิดีโอเกมมันก็คงไม่มากพอที่จะเอามาเป็นประเด็นให้พูดถึงได้ แต่สิ่งที่เราจะบอกก็คือเรื่องของศพที่ตายอยู่ก่อนแล้วกับศพที่มาจากตัวละครที่เราฆ่ามันจะให้ความรู้สึกต่างกัน ยกตัวอย่างเกม The Last of Us Part 2 ที่เราจะได้พบศพคนที่ตายอยู่แล้ว ทั้งแบบเพิ่งตายสด ๆ แบบกำลังเน่าไปจนถึงเหลือแต่กระดูกมากมายตลอดทาง แต่นั่นก็ไม่ทำให้เราคนเล่นรู้สึกสะเทือนใจไปกว่าการฆ่าตัวละคร NPC ด้วยมือเราเอง และเมื่อเดินมาดูศพที่นอนตายสภาพไส้ไหลนอนจมกองเลือด มันให้อารมณ์ที่ต่างกันมาก ๆ ยิ่งผู้พัฒนาเกม The Last of Us Part 2 รู้ถึงเรื่องนี้ก็เลยใส่ชื่อให้ตัวละคร NPC เหล่านั้นลงไป(ขนาดหมาก็มีชื่อ) ยิ่งเป็นการแสดงการมีตัวตนของตัวละครมากขึ้น การฆ่าคนของเรายิ่งทำให้เรารู้สึกแย่มากกว่ารู้สึกสะใจ ที่ถ้าถามว่ามันดีไหมที่เกมทำออกมาสมจริงแบบนี้ก็คงตอบว่าดีแต่ถ้าจะบอกว่ามันไม่ดีก็พอจะพูดได้เหมือนกัน อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของคนเล่นซึ่งเราไม่สามารถฟันธงลงไปได้